Botanist Activity Space & Cafe

คาเฟ่เปิดใหม่ในกรุงเทพฯ, เขตคลองสามวา ที่เริ่มต้นจากความรักและหลงใหลในการปลูกต้นไม้ของชายคนเดียว ที่คนอื่นๆ อาจจะมองว่าบ้าในเวลาเดียวกัน

“เมื่อคุณรัก หรือหลงใหลในสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากๆ คุณจะพยายามกับสิ่งนั้นอย่างเต็มที่ แม้ว่าคนรอบข้างจะหาว่าคุณบ้าก็ตาม”


สวัสดีครับ, ต้อนรับเดือน พ.ค. 65 นี้ด้วยคำพูดที่ผมประทับใจจากการมาเที่ยวคาเฟ่เปิดใหม่ในสวนย่านคลองสามวา, กรุงเทพฯ ที่นอกจากร้านสวย / กาแฟดี / ขนมอร่อยแล้ว ภายในสวนพื้นที่กว่า 2.5 ไร่นี้ ยังมีเรื่องราว และความประทับใจต่างๆ อีกมากมาย ทุกเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ นั่นคือ Love & Passion ตามผมมาครับ วันนี้ผมจะพามาทำความรู้จักร้าน Botanist Activity Space & Cafe กันครับ

botanist activity space & cafe

Botanist Activity Space & Cafe เป็นคาเฟ่เปิดใหม่ ที่ตั้งอยู่กลางสวนต้นไม้ขนาดใหญ่กว่า 2.5 ไร่ ในโซนต้นไม้ทะเลทราย ตัวตัวอาคารเป็นเหล็กโครงสร้างสีขาว ตัดกับไม้เนื้อสว่าง ด้านในงาน Interior เน้นเป็นไม้เกือบทั้งหมด รายล้อมด้วยกระจกรอบทิศทางรวมถึงหลังคารับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ แต่ไม่ต้องกลัวร้อนตามโซนต้นไม้ทะเลทราย เพราะด้านในตัวอาคารนี้เป็นโซนห้องแอร์เย็นสบายนั่งได้ยาวๆ ครับ

botanist activity space & cafe
botanist activity space & cafe
botanist activity space & cafe
botanist activity space & cafe

ภายในร้านแบ่งเป็น 2 ชั้น สามารถเลือกนั่งได้ทั้ง 2 ชั้น ด้านบนจะมีโซนที่เป็นห้องประชุมสามารถปิดห้องเพื่อคุยงานเพื่อความเป็นส่วนตัวได้ ทางร้านมี Free-WiFi ฟรีและที่นั่งค่อนข้างเยอะ ทั้ง Indoor / Outdoor ใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศหาที่นั่งทำงานยาวๆ ที่นี่ก็ตอบโจทย์นะครับ

ด้านอาหาร-ขนม-เครื่องดื่ม ทางร้านจะเด่นด้านชาเขียว, ไดฟูกุ, เบเกอรี่ เพราะที่เป็นถือเป็นสาขาที่ 2 ของร้าน Flourist Bakehouse เลยก็ว่าได้ เพราะทั้งน้องอิน (ที่รักในชาเขียว/ไดฟูกุ) และน้องไมก์ (ที่รักในการทำเบเกอรี่) มาดูแลทุกขั้นตอนเพื่อรักษาคุณภาพ และเสิร์ฟสิ่งที่ดีที่สุดให้กับแขกทุกคนที่มาเยือนครับ (ปล.ร้าน Flourist ที่สามโคก, ปทุมธานี ก็ยังเปิดอยู่นะครับ)

botanist activity space & cafe
botanist activity space & cafe

สำหรับมื้อนี้ผมลองสั่งเป็นเมนูซิกเนเจอร์ของที่ร้าน (สาขานี้) นั่นคือกาแฟ Matcha Coffee (155.-) ชาเขียวคุณภาพดีนำเข้าจากญี่ปุ่น ผสมกับนมปิดท้ายด้วยเอสเปรสโซช็อตด้านบน ชาเขียวจะหวานกว่าเมนูอื่นๆ ขึ้นมานิดนึงอย่างรู้สึกได้ เพราะคนเข้ากับนม และกาแฟด้านบน จะได้รสชาติที่ลงตัว จิบเพลินๆ คนไม่ทานกาแฟก็สามารถทานได้ครับ แอบทราบมาว่าได้แรงบันดาลใจมาจากสีของ ต้นยัคคา เป็นพืชชนิดหนึ่งที่มีใบสีเขียวทรงพุ่มสูง ที่ค่อนข้างทนต่อความแห้งแล้ง มีถิ่นกำเนิดในพื้นที่เขตร้อน-แห้งแล้ง ที่มีปลูกอยู่ในโซนทะเลทรายด้านหน้าร้าน เปรียบเสมือนเป็นมาสคอตของคาเฟ่แห่งนี้ครับ

botanist activity space & cafe
Matcha Coffee (155.-) ที่ได้แรงบันดาลใจจากต้นยัคคา
botanist activity space & cafe
Japanese Yuzu tart (125.-)

ด้านของหวานผมเลือกเป็นเมนูใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา นั่นคือ Japanese Yuzu tart (125.-) เป็นการนำน้ำยูซุสด 100% นำเข้ามาจากโอกินาว่า, ประเทศญี่ปุ่น มาทำเป็นยูซุครีมชีส ทานคู่กับแป้งทาร์ตมะพร้าวคั่วอบกรอบ ออนท็อปด้วยผลไม้สดตามฤดูกาล ชิ้นนี้ให้ความรู้สึกสดชื่นเหมาะมากกับอากาศทะลุ 40°c เเบบนี้ สายหวานไม่ควรพลาดครับ

botanist activity space & cafe

จากที่เล่ามาข้างต้น หลายคนอาจจะเห็นแล้วว่าตัวร้าน และบรรยากาศของที่นี่เป็นยังไง ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เพราะโปรเจคร้านนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นปี ม.ค. 65 ที่ผ่านมานี่เอง เมื่อคนบ้าเรื่องชาเขียว กับคนที่หลงใหลในเบเกอรี่อยู่ร่วมกัน อะไรก็เกิดขึ้นได้เห็นด้วยไหมครับ ฮ่าๆ


นอกจากนี้ ยังมีเรื่องราวที่น่าประทับใจที่ผมอยากเล่าให้ฟังอีกนิด ตัวร้าน Botanist ที่เล่าให้ฟังในข้างต้น เป็นแค่โซนคาเฟ่ที่เปิดใหม่ในพื้นที่แค่ 1/4 ของพื้นที่เท่านั้น ซึ่งหลายคนอาจจะคิดว่าร้านสร้างเสร็จ ก็ต้นไม้มาลงๆ หรือเปล่า? เมื่อเวลาผ่านไปต้นไม้เหล่านี้จะยังสวยงามเหมือนวันที่เปิดร้านวันแรกหรือไม่ ผมขอบอกเลยนะครับว่า ต้นไม้ที่ทุกคนเห็นอยู่ตอนนี้ ไม่ได้เพิ่งมาปลูกกันใน 3-4 เดือนที่ผ่านมานะครับ ทั้งหมดผ่านการดูแล / คัดสรร / นำเข้า และเลี้ยงดูเป็นอย่างดี มาเป็นเวลานานกว่า 30 ปี ผ่านชายผู้หนึ่ง ที่รักและหลงใหลในต้นไม้เป็นอย่างมาก มากระดับขั้นที่คนอื่นๆ อาจจะเรียกว่าเขาเป็นคนบ้าเลยก็ได้ หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวต่อจากนี้ครับ

botanist activity space & cafe
botanist activity space & cafe
botanist activity space & cafe
botanist activity space & cafe
พี่โป้ง (เจ้าของสวน)

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นจากความรักและหลงใหลในการปลูกต้นไม้ของ พี่โป้ง (เจ้าของสวน) ที่นิยามตัวเองเป็น คนทำสวน มีความรักและหลงใหลในการปลูกต้นไม้เป็นอย่างมาก นอกจากงานประจำที่รับจัดสวน / ดูแลสวนตามโครงการ ห้างสรรพสินค้าต่างๆ เมื่อว่างจากงานประจำพี่โป้งก็ทำสวนที่บ้านตัวเอง เป็นงานอดิเรก โดยแสวงหาต้นไม้สายพันธุ์แปลกๆ เลี้ยงยาก-หายากมาเติมลงในสวนแห่งนี้ครับ

ภายในพื้นที่กว่า 2.5 ไร่นี้ พี่โป้งแบ่งโซนการเลี้ยงดูตามสภาพแวดล้อมไว้ 4 ประเภทหลักๆ คือ ป่าดิบชื้น / ป่าร้อนชื้น / ต้นไม้ทะเลทราย / ป่าดึกดำบรรพ์ แต่ละโซนก็จะมีรูปแบบการจัด Landscape, และการเลี้ยงดูแตกต่างกันไป มีทั้งต้นที่สามารถหาได้ในไทย และต้นที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น แอฟริกา, ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, ญี่ปุ่น, ไทเป, ทิเบต เป็นต้น

botanist activity space & cafe
(จากซ้ายไปขวา) ป่าดิบชื้น / ป่าดึกดำบรรพ์ / ต้นไม้ทะเลทราย / ป่าร้อนชื้น

จากที่เห็นต้นไม้เยอะขนาดนี้หลายคนคงจะคิดว่า พี่โป้งแกจัดสวนไว้สำหรับเพาะพันธุ์ต้นไม้ขายหรือเปล่า… ไม่ครับ ที่คุณเห็นทั้งหมดนี้พี่โป้งแก “ปลูกไว้ดูเอง เป็นงานอดิเรก” ใช่ครับ อ่านไม่ผิด พี่โป้งแกจัดสวน, แบ่งโซน, ตกแต่ง Landscape ทั้งหมดนี้ เพียงเพราะต้องการปลูกไว้ดูเองครับ (ใกล้เคียงกับคำว่าบ้าได้หรือยังครับ ฮ่าๆ)

botanist activity space & cafe
โซนป่าดิบชื้น ด้านในสุดของตัวร้าน

กว่า 30 ปีที่ทำอาชีพคนทำสวนมา พี่โป้งเชื่อตลอดว่า “ต้นไม้สามารถเติบโตที่ไหนก็ได้” เพราะต้นไม้ก็คือสิ่งมีชีวิต และสิ่งมีชีวิตล้วนวิวัฒนาการได้ เพียงแต่ว่าเราอาจจะต้องทำความเข้าใจ และศึกษาข้อจำกัด หรือองค์ประกอบอื่นๆ เพิ่มเติมเพื่อส่งเสริมการวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตนั้นๆ จริงอยู่ว่าถ้าเลี้ยงแปลกถิ่น ต่างที่จากต้นกำเนิด ความสวยงามมันอาจเทียบไม่เท่ากับต้นฉบับภูมิประเทศนั้นๆ แต่สำหรับพี่โป้งเลือก “เลี้ยงให้อยู่รอดได้” แล้วถ้ามันสวยงามก็ถือเป็นผลพลอยได้ครับ

เริ่มต้นจากใกล้ตัว โดยการนำต้นไม้ต่างภูมิภาค, ปลูกบนดินที่สูง หรือเติบโตในเขตพื้นที่เมืองหนาว ลองมาปลูกในพื้นที่ภาคกลาง ที่อากาศร้อนชื้นจะสามารถอยู่รอดได้หรือไม่? ตรงจุดนี้ก็ต้องมีการศึกษา-ทดลอง และเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเครื่องปลูก, ความชื้นในอากาศ, การให้นำ พรวนดิน รวมไปถึงการจำลองระบบนิเวศน์ให้ใกล้เคียงกับต้นฉบับมากที่สุด เพื่อให้ต้นไม้สามารถเติบโตได้อย่างมีคุณภาพ และเป็นธรรมชาติที่สุดครับ

botanist activity space & cafe
botanist activity space & cafe
botanist activity space & cafe

ส่วนเรื่องที่ต้องแบ่งโซน แน่นอนว่าทำให้ง่ายต่อการจัดการ และเลี้ยงดูเพราะต้นไม้แต่ละระบบนิเวศน์ ก็มีรูปแบบการเลี้ยงดูแตกต่างกันไป เช่น ต้นไม้ในโซนป่าดิบชื้น หลังคาจะโปร่งแบบเปิดให้แสงอาทิตย์ส่องลงมากระทบกับต้นไม้ได้เต็มที่ แต่จะมีการควบคุมความชื้นผ่านสปริงเกอร์ ให้ปล่อยละอองน้ำเป็นเวลา ทุกๆ 1 ชม. ครั้งละ 5 นาที

หรือโซนต้นไม้ทะเลทรายที่เป็น Glass house ออกแบบเป็น ระบบปิด เพดานสูงเพื่อควบคุมความร้อน และความชื้นในอากาศไม่ให้สูงจนเกินไป ให้น้ำทุกๆ 5-10 วัน เครื่องปลูกสำหรับโซนนี้จะเน้นไปที่ดินภูเขาไฟที่มีแร่ธาตุในดินเหมาะต้นไม้ทะเลทราย และระบายน้ำได้ดี เป็นต้นครับ

botanist activity space & cafe
โซนต้นไม้ทะเลทราย ที่ตั้งของร้าน Botanist

หลังจากเดินชม โซนป่าดิบชื้น / ป่าร้อนชื้น / ต้นไม้ทะเลทราย จนครบแล้ว ก็วนมาปิดท้ายด้วยโซนป่าดึกดำบรรพ์ครับ ต้นไม้ในโซนนี้ส่วนมากจะเป็นต้นปรง, ต้นปรงเป็นพืชที่มีขนาดเล็กคล้ายกับต้นปาล์ม แต่การเรียงตัวของใบนั้นคล้ายกับเฟิร์นข้าหลวง เป็นพืชที่เลี้ยงง่าย แต่เจริญเติบโตช้ามากๆ คือ “1 ปีลำต้นจะสูงขึ้น 1 ซม. หรือเกิดใบแค่ 1 ใบเท่านั้น”

สำหรับที่นี่เอง มีต้นปรงที่มีความสูงมากกว่า 1 เมตร และต้นที่มีจำนวนใบเยอะ และขนาดใหญ่มากๆ อยู่รวมกันหลายต้น มีทั้งที่พี่โป้งเลี้ยงเองตั้งแต่แรกเริ่ม ไปจนถึงต้นที่นำเข้าจากต่างประเทศ โซนนี้จึงถูกเรียกว่า “ป่าดึกดำบรรพ์” เพราะว่าต้นไม้เหล่านี้มีมาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ และบางคนอาจจะมีชีวิตอยู่ไม่ถึง ได้ทันเห็นการเติบโตของต้นปรงเหล่านี้ครับ

botanist activity space & cafe
ต้นปรงที่โตขึ้นปีละ 1 ชม. ต้นนี้ถูกเลี้ยงมากว่า 80 ปี พี่โป้งนำเข้ามาจากต่างประเทศครับ

ในโซนนี้จะมีต้นปรงหลายสายพันธุ์ ตั้งแต่สายพันธุ์ทั่วไปที่หาได้ในไทย และสายพันธุ์หายากติดอันดับ Top4 ของโลก (อยู่ที่นี่แล้ว 2 สายพันธุ์) นอกจากสายพันธุ์จะหายากแล้ว ราคาก็เรียกได้ว่า “หนักหน่วง” ยกตัวอย่างต้นปรงสีเขียวอ่อนตรงกลางของภาพด้านล่างนี้ เป็นต้นปรง นำเข้าจากทวีปแอฟริกา ราคาซื้อขายปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 4xx,xxx บาท/ต้น เลยครับ!

botanist activity space & cafe

หลังจากได้นั่งจิบกาแฟ กินขนม สนทนากับน้องอิน/น้องไมก์ ที่ร้าน Botanist รวมถึงช่วงท้ายที่ได้ฟังพี่โป้ง (เจ้าของสวน) พาเดินเที่ยวชมจุดต่างๆ แถมเล่าเรื่องราวความเป็นมา ความรักและหลงใหลในการปลูกต้นไม้ ถึงได้ทราบว่าความจริงแล้วจุดประสงค์ของการเปิดคาเฟ่นี้ไม่ได้เพื่อหวังเพียงแต่กำไรเท่านั้น แต่เพราะพี่โป้งกับแฟนไม่มีลูก และพี่โป้งคิดว่า “ถ้าหากวันหนึ่งพี่เขาจากไป” เขาไม่อยากให้สิ่งเหล่านี้จากไปพร้อมกับเขาด้วย พี่โป้งเลยอยากส่งต่อความรู้ / ประสบการณ์ต่างๆ ตลอดชีวิตที่เขาทำสวนมา ผ่านการพบปะ / พูดคุย / สอนผ่าน Workshop ในพื้นที่แห่งนี้ โดยมีคาเฟ่ Botanist เปรียบเสมือนเป็น Oasis พักจิบน้ำ ทานขนม ให้หายเหนื่อย แล้วลุยต่อกันยาวๆ เท่านั้นครับ

สุดท้ายนี้ ร้าน Botanist Activity Space & Cafe เพิ่งจะ Grand Opening ไปเมื่อวันที่ 1 พ.ค. 65 ที่ผ่านมา อาจมีบางเส้นทาง/บางโซน ที่อาจจะยังไม่พร้อมต่อการเข้าชม ทางร้านจะค่อยๆ ทะยอยเปิดเส้นทางไปเรื่อยๆ ตามความเหมาะสม และความปลอดภัย นอกจากนี้ทางร้านจะมีกิจกรรมอื่นๆ เพิ่มเข้ามาอีก เช่น Workshop การชงชาเขียว, การปลูกต้นไม้, การเพาะพันธุ์ต้นกระบองเพชร, การจัดสวนในแก้ว (Terrarium) รวมไปการซื้อ/ขายต้นไม้ที่สามารถเพาะพันธุ์ได้เองภายในสวนนี้ เช่น ต้นกระบองเพชร เป็นต้น (ในเฟสถัดๆ ไป) สามารถติดตามอัปเดตได้ผ่าน Official Fanpage ของทางร้านได้เลยนะครับ


รายละเอียดของร้าน
https://goo.gl/maps/Tq3qoX7fnPGHcuzRA
📌 ถ.สามวา บางชัน คลองสามวา กรุงเทพฯ
⏰ 08.00 – 18.00 น. */**
⏰ *ช่วง Grand Opening เดือน พ.ย. 65 (เปิดทุกวัน)
⏰ **ตั้งแต่ มิ.ย. 65 เป็นต้นไป (หยุดทุกวันจันทร์)
🚗 มีที่จอดรถ
📞 080 783 3547
📲 Botanist Activity Space & Cafe
💸 จ่ายผ่าน Mobile Banking ได้ (ไม่มีขั้นต่ำ)